guideubon

 

update!! ผู้ติดเชื้อ COVID-19 อุบลฯ แตะ 10 รายแล้ว

COVID-19-ติดเชื้อ10-01.jpg

ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในจังหวัดอุบลราชธานี  ข้อมูล ณ วันที่ 24 มีนาคม 2563 เวลา 22.00 น. ดังนี้

COVID-19-ติดเชื้อ10-02.jpg

1. มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 10 ราย (รายใหม่วันนี้ 1 ราย) ไม่มีอาการรุนแรง ได้รับการรักษาตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข จำแนกเป็นกลุ่ม ดังนี้

- กลุ่มเซียนมวยที่ไปชมมวยที่สนามมวยลุมพินี กทม. 4 ราย และแพร่เชื้อให้ภรรยา 2 ราย รวมเป็น 6 ราย
- พนักงานบริการ จากตลาดปอยเปต จ.สระแก้ว 1 ราย,
- พนักงานผับ จาก กทม. 1 ราย,
- คนขับแท็กซี่ในจังหวัดอุบลราชธานี 1 ราย และ
- ผู้เดินทางจากประเทศอังกฤษ 1 ราย

2. มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) 125 ราย

- ผลตรวจไม่พบเชื้อ 110 ราย พบเชื้อ 10 ราย รอผลตรวจ 5 ราย
- ผู้ป่วยหายและกลับบ้านแล้ว 110 ราย ยังรักษา 15 ราย

3. ผู้เดินทางกลับมาจากพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง และกทม. ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.63 : 3,197 คน เป็นผู้เดินทางจาก 33 ประเทศพื้นที่ระบาดฯ 611 คน และจาก กหม/ปริมณฑล 2,585 คน

- ให้กักเพื่อสังเกตอาการตนเองที่บ้าน (Home quarantine) 14 วัน 3,197 คน
- เป็นผู้เดินทางกลับจากต่งประเทศและพื้นที่เสี่ยง (รายใหม่) วันนี้ 1,832 คน
- พันระยะกักเพื่อสังเกตอาการ 14วัน 396 คน
- ยังอยู่ในระหว่างการสังเกตอาการที่บ้าน 2,801 คน

มีการจัดตั้งจุดคัดกรองที่ด่านพรมแดนซ่องเม็ก ท่าอากาศยานอุบลราชธานี สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ ด่านพรมแดน และด่านประเพณีอีก 6 อำเภอ ตามแนวชายแดนไทย - ลาว-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 ได้ตรวจคัดกรองแล้ว 229,023 คน ยังไม่พบผู้ป่วย

COVID-19-ติดเชื้อ10-03.jpg

ผู้ที่เดินทางกลับจาก กทม.และปริมณทล ประเทศที่ประกาศเป็นเขตติดโรค และพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง และผู้ที่เข้าไปในสนามมวยลุมพินีราชดำเนิน ผับย่านทองหล่อ ใน กทม วันที่ 6 - 10 มีนาคม 2563 และพื้นที่เสี่ยง ที่จังหวัดอุบลราชธานีประกาศฯ ขอให้หยุดงาน หยุดเรียน และกักเพื่อสังเกตอาการอยู่ที่บ้าน จนครบ 14 วัน (Home quarantine) โดยขอให้แยกห้องนอน ไม่ออกไปนอกบ้าน ไม่เดินทางไปที่ชุมชนหรือที่สาธารณะ งดใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เพื่อสังเกตอาการตนเอง หากเริ่มมีไข้ หรือเป็นไข้หวัด (ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หรือหายใจขัด หอบ) ให้สวมหน้กาก่อนามัย แจ้งเจ้าหน้ที่ รพ.สต. ใกล้บ้าน และรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลของรัฐ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง ให้แพทย์ทราบทันที เพื่อพิจารณาการตรวจรักษา