guideubon

พิธีอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมขึ้นบุษบกคานหามแห่รอบเมือง

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-01.jpg

วันที่ 13 เมษายน 2562 นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานประกอบพิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสรงน้ำพระแก้วบุษราคัม ในงานประเพณีสงกรานต์ จัหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2562 ณ วัดศรีอุบลรัตนาราม ก่อนอัญเชิญขึ้นบุษบกคานหามแห่รอบเมืองเทศบาลนครอุบลราชธานี เพื่อให้ประชาชนชนชาวอุบลราชธานีได้นมัสการ และสรงน้ำพระแก้วบุษราคัม เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-02.jpg

ทุกวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้บริหารเทศบาลนครอุบลฯ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ และคณะกรรมการจัดงาน ได้จัดพิธีสรงน้ำพระแก้วบุษราคัม พระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดอุบลฯ ณ วัดศรีอุบลรัตนาราม โดยจะอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมออกจากพระอุโบสถ นำไปประดิษฐานบนบุษบกคานหาม ที่ตั้งขบวนรอรับอยู่หน้าพระอุโบสถ เพื่อเข้าขบวนแห่แบบโบราณ แล้วแห่ไปรอบเมืองเก่า เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สรงน้ำพระแก้วบุษราคัมอย่างใกล้ชิด เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-03.jpg

พระแก้วบุษราคัมเป็นพระพุทธรูปบูชา หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว แกะสลักด้วยแก้วบุษราคัม (แก้วมณีสีเหลือง) ทึบทั้งแท่ง พระเศียรหุ้มเป็นเม็ด พระศกทองคำ มีพระสังวาลประดับที่องค์พระ มีฐานหุ้มด้วยทองคำ เป็นพระพุทธรูปฝีมือช่างสกุลเชียงแสนปางมารวิชัย

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-04.jpg

พระพุทธรูปองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปโบราณ มีอายุมากกว่าพันปีแล้ว ได้อัญเชิญมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุต  (เวียงจันทน์) เดิมเป็นสมบัติของเจ้าปางคำ ซึ่งเป็นผู้มาสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (หนองบัวลำภูในปัจจุบัน) เมื่อเจ้าปางคำถึงแก่อนิจกรรม เจ้าพระตาผู้เป็นบุตรก็ครองเมืองแทนพระบิดา ต่อมาในปี พ.ศ. 2314 เจ้าพระตาเสียเมืองนครเขื่อนขันธ์ฯ แก่พระเจ้าสิริบุญสารแห่งกรุงเวียงจันทน์ และถึงแก่อนิจกรรมในสนามรบ  เจ้าพระวอผู้เป็นบุตร ได้อพยพออกจากเมืองนครเขื่อนขันธ์ฯ ได้อัญเชิญพระแก้วองค์นี้มาด้วย มาสร้างบ้านสิงห์โคก, บ้านสิงห์ท่า (จังหวัดยโสธร) บ้านดอนมดแดง (จังหวัดอุบลราชธานี)  บ้านดู่, บ้านแก (แขวงเมืองเก่าปากเซประเทศลาว)

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-05.jpg

ต่อมาพระเจ้าสิริบุญสารสั่งให้พระยาสุโพนำทัพมาตี เจ้าพระวอออกรบ และเสียทีแก่ข้าศึกถึงแก่อนิจกรรมในสนามรบ เจ้าคำผงผู้เป็นบุตรได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสืบต่อมา ภายหลังได้มาสร้างเมืองอุบลราชธานี  และได้รับโปรดเกล้าฯ จากรัชกาลที่ 1 ให้เป็น พระปทุมวรราชสุริยวงศ์  เจ้าเมืองอุบลราชธานี และได้สร้างวัดหลวงเป็นวัดที่ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-06.jpg

พระแก้วบุษราคัม ประดิษฐานอยู่ในวัดหลวง จนสิ้นอายุขัยพระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ต่อมาท้าวเพี้ยกรมการเมืองอุบล ฯ เกรงว่าข้าหลวงจากกรุงเทพ ฯ ที่จะมาตรวจราชการที่เมืองอุบลฯ จะขอเอาพระแก้วบุษราคัมไปทูลเกล้าฯ ถวายเจ้านายของตน จึงพยายามปกปิด และนำไปซุกซ่อนไว้ซึ่งไม่ให้ผู้ใดทราบที่อยู่

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-07.jpg

ต่อมามีผู้หวังดีชาวเมืองอุบลฯ คิดได้ว่าพระเทวธมฺมี(ม้าว) เจ้าอาวาสวัดศรีทอง(วัดศรีอุบลรัตนาราม) ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ตอนเสด็จออกผนวช ท่านอาจจะเป็นที่เกรงขามของข้าหลวงจากกรุงเทพฯ ได้ ถ้าหากพวกเขาเหล่านั้นจะออกปากขอพระแก้วบุษราคัมไป ดังนั้นจึงได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมจากที่ซุกซ่อน มาถวายให้อยู่ในความคุ้มครองของพระเทวธมฺมี ที่วัดศรีทอง เพราะมั่นใจว่ามีท่านผู้เดียวเท่านั้น ที่จะรักษาพระแก้วบุษราคัมได้อย่างปลอดภัยที่สุด ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไว้เป็นสมบัติของชาวเมือง อุบลราชธานีต่อไป

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-08.jpg

พระแก้วบุษราคัม จึงเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมืองของชาวอุบลราชธานีองค์หนึ่ง ในสมัยมีการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ใช้เป็นพระพุทธรูปในการประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา  (พิธีดื่มน้ำสาบาน) ของบรรดาข้าราชการในสมัยนั้น

ขบวนแห่อัญเชิญ-พระแก้วบุษราคัม-10.jpg 

ในเทศกาลมหาสงกรานต์ วันที่ 13 เมษายนของทุกปี ชาวเมืองอุบล ฯ จะจัดขบวนแห่พระแก้วบุษราคัมไปรอบเมืองอุบลฯ เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน ทั่วทุกสารทิศได้นมัสการ และสรงน้ำองค์พระแก้วบุษราคัมกันอย่างทั่วหน้า  ซึ่งงานนี้ได้จัดมีไปจนถึงวันที่ 17 เมษายนของทุกปี  และเป็นการเปิดงานสงกรานต์ของชาวเมืองอุบลราชธานีด้วย